Memories of Matsuko

posted on 20 Apr 2010 00:12 by japocrazy

 Memories of matsuko

 

Kiraware Matsuko no Isshō?, "Life of despised Matsuko" 

 

หรือ เส้นทางฝันแห่งมัตสึโกะ

 

เมื่อมัตสึโกะครูสาวแสนซื่อ เผลอเปิดหน้าอกให้นักเรียนคนหนึ่งดูชีวิตของเธอจึงเปลี่ยนไป เธอเลือกทางเดินไปสู่การเป็นโสเภณี และเล่นหนังโป๋...

 

ถ้าหากคุณยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ แล้วคุณกำลังจะซื้อเพราะคำบอกกล่าวของเพื่อนๆ (หรือแม้กระทั่ง

ผม) ว่าหนังเรื่องนี้ดีและสนุกโดยที่ยังไม่ได้รู้เนื้อเรื่องย่อที่แท้จริงของเรื่องนี้ กรุณาอย่าเชื่อเรื่องย่อ

ที่เขียนบนปกหลังของดีวีดีที่ขายอยู่ใกล้บ้านคุณดังที่ผมได้เขียนด้านบนไป เพราะในหัวของคุณ

จะจินตนาการถึงหนังญี่ปุ่นดาษๆที่ขายเพียงแต่นางเอกน่ารักๆกับบทลามกๆ ซึ่งผิดไปจากความ

เป็นจริงของหนังเรื่องนี้อย่างมาก ผมไม่แน่ใจว่าผู้เขียนเรื่องย่อดังกล่าวจงใจเขียนเพื่อดึงดูดลูกค้า

 ให้ซื้อหนังแผ่นนี้ (เนื่องจากคำว่าหนังโป๋ กับ ญี่ปุ่น มักดึงดูดบุรุษเพศได้เสมอ) หรือว่าเขาไม่ได้ดู

หนังเรื่องนี้เลย แล้วเขียนตามคำบอกเล่าของใครสักคน เพราะประการแรก มัตซึโกะนางเอกของ

เรื่องไม่ได้เปิดหน้าอกให้นักเรียนคนหนึ่งดู ความจริงแล้วผู้โชคดีคนนั้นคือเพื่อนอาจารย์ของเธอ

 ต่างหาก... ประการที่สอง แม้เธอจะเคยเป็นโสเภณีอยู่พักหนึ่ง แต่เธอก็ไม่เคยเล่นหนังโป๋ อันที่

จริงแล้วเป็นเพื่อนของเธอต่างหากที่เป็นนักแสดงหนังโป๋ เมื่อความจริงทั้งหมดกระจ่างแล้วผมก็

ขอตำหนิบริษัทผู้จัดจำหน่ายที่มักง่ายเขียนคำบรรยายสรรพคุณสินค้าของตนแบบผิดๆ และแทนที่

จะเป็นการบรรยายสินค้าของตนในทางที่ดีขึ้น กับกลายเป็นการลดค่าสินค้าที่จริงๆแล้ว “มีดีกว่านี้

อีกเยอะ” ของตนไป ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายแทนคนอีกมากมายที่มองข้ามหนังเรื่องนี้ไป!!

 

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ผมแนะนำให้หามาดูก่อนที่จะได้อ่านบทวิจารณ์ที่เต็มด้วย spoil

ของผม เพื่อที่จะไม่ได้สูญเสียอรรถรสในการรับชม (เพราะหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยเรื่องแปลกใจ

อย่างน่าประหลาด! เอ๊ะ หรือจริงๆแล้วผู้จัดจำหน่ายจะจงใจจะ surprise เราด้วยการเขียนเรื่องย่อ

แบบผิดๆ แล้วให้ไปรู้เรื่องราวด้วยตัวเองก็มิทราบ!)

 

 

 

.......

 

ผู้หญิงทุกคนล้วนฝันว่าอยากมีชีวิตเหมือนสโนไวท์หรือซินเดเรลล่า

 

....

 

แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเราตื่นขึ้นมา กลับพบว่าหงส์ขาวตัวนั้นกลายเป็นอีกาตัวดำไปแล้ว

 

....

 

มัตซึโกะ ผู้หญิงที่ไร้ความสุข ซวยซ้ำซวยซ้อน และเป็นพระเจ้า...

 

หนังเรื่องนี้เปิดฉากพูดถึงความฝันของคนนับล้านๆคนในวัยเด็ก ที่เป็นธรรมดาที่จะต้องผิดหวัง ไม่

ใช่ทุกคนที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน แต่ชีวิตก็ควรจะก้าวต่อไป

Matsuko นางเอกของเรื่องก็เหมือนกับหญิงสาววัยรุ่นทั่วๆไปที่เฝ้าฝันอยากจะมีชีวิตที่แสนหวาน

เหมือนอย่างในนิทานก่อนนอน แต่แล้วเธอกลับตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่ว่าตัวเธอเองเป็นเพียง

อีกาตัวดำมิใช่หงส์ขาวแต่อย่างใด หนังเรื่องนี้ปูพื้น Matsuko ให้เป็นเด็กที่รู้สึกว่าตัวเองขาดความ

รักและความดูแลเอาใจใส่จากพ่อ เนื่องจากพ่อของเธอทุ่มเทความเอา

ใจใส่และความรักให้แก่น้องสาวของ Matsuko ที่ป่วยแต่เล็กๆไปหมด มัตซึโกะจึงพยายามทำทุก

วิถีทางเพื่อดึงความสนใจจากพ่อของเธอ ด้วยการทำหน้าทำตาเลียนแบบโชว์ตลก เพื่อให้พ่อของ

เธอได้ยิ้ม หลังจากนั้นเป็นต้นมาเธอก็ติดนิสัยทำหน้าตลกทุกครั้งที่เธอรู้สึกเครียดหรือตื่นเต้น แม้

เธอจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อเรียกความสนใจจากพ่อของเธอ แต่พ่อของเธอก็ดูจะเป็นกังวลต่อ

อาการของน้องสาวของเธออยู่ตลอดเวลาเหมือนเดิม เธอต้องเก็บอาการอิจฉาความรักและความ

เอาใจใส่ที่น้องสาวของเธอได้รับจากพ่อเอาไว้โดยตลอด ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ช่วง

ชีวิตหลังจากนี้ของเธอ เราจะพบว่าเธอพยายามไขว่คว้าความรักจากผู้ชายหลายต่อหลายคน แต่

เธอก็ต้องประสบกับความผิดหวังและความเจ็บปวดที่ถูกผู้ชายเหล่านั้นทอดทิ้งทุกๆครั้ง ไม่ต่าง

อะไรจากความรู้สึกของเธอในวัยเด็กเลย

 

จุดที่ทำให้ชีวิตของเธอพลิกผันครั้งใหญ่ที่สุด และทำให้เธอต้องผลัดพรากจากครอบครัวของเธอ

ไปเผชิญชีวิตภายนอกคนเดียว คือตอนที่เธอตัดสินใจรับผิดเป็นผู้ขโมยเงินแทน ริวเด็กนักเรียน

ในห้องของเธอ เท่านั้นไม่พอ ริวเด็กหนุ่มเกเรคนนี้ยังซ้ำเติมคุณครูของเขาด้วยการฟ้องครู่ใหญ่ว่า

เขาถูกครู มัตซึโกะข่มขู่ให้สารภาพความผิดนี้แทนเธอ ทำให้เธอเสียหน้าอย่างมาก ประกอบกับ

ความรู้สึกน้อยใจที่พ่อของตนดุว่าเธอ เพียงเพราะเธอไปเล่าเรื่องราวความสุขในชีวิตเธอให้น้อง

สาวฟัง ทำให้ความรู้สึกอิจฉาที่มีต่อน้องที่เคยเก็บไว้ระเบิดขึ้นมา เธอโยนสาเหตุของความทุกข์

ความน้อยใจ และการขาดความรักจากพ่อไว้กับน้องสาวของเธอคนเดียว ชั่วระยะหนึ่งเธอเกือบจะ

ฆ่าน้องสาวแท้ๆของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าแม่ไม่เข้ามาเห็นเสียก่อน มัตซึโกะรู้สึกละอายใจและรู้สึกผิด

อย่างมากจึงร้องไห้ฟูมฟายหนีออกจากบ้านไป

 

หลังจากนั้นเป็นต้นมาชีวิตของเธอก็ด่ำดิ่งลงเรื่อยๆ เริ่มจากการตายของพ่อของเธอ และการที่

แฟนของเธอซึ่งผิดหวังกับชีวิตถึงขั้นฆ่าตัวตาย ทิ้งให้เธอต้องอยู่คนเดียว อย่างไรก็ตามมัตซึโกะ

เป็นคนที่พิเศษกว่าคนอื่นๆ ตรงที่ไม่ว่าเธอจะประสบกับความสูญเสียและความผิดหวังเท่าไร เธอก็

ลุกขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นเพื่อใช้ชีวิตต่อไปได้เสมอๆ โดยหลังจากที่เธอถูกทิ้งอีกรอบ (ซึ่งเธอก็รำพึงกับ

ตัวเองว่า เพราะอะไรๆ ซ้ำๆอย่างเจ็บใจและสิ้นหวัง)แต่ เธอก็ตัดสินใจไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็น

โสเภณี ราวกับว่าเธอได้ทิ้งอดีตอันเจ็บปวดไว้ในเบื้องหลังทั้งหมด เพื่อการเกิดใหม่ของเธอ

 

ในที่สุดเธอก็เจอในสิ่งที่เธอเฝ้าตามหา นั้นก็คือวิธีที่จะทำให้ผู้ชายพอใจจนถึงสุขสุดยอดด้วยการ

ใช้เทคนิคที่เธอฝึกฝนจากการเป็นโสเภณี ซึ่งเธอดูจะมุ่งมั่นฝึกฝนเป็นพิเศษ จากการคาดเดาของ

ผู้เขียน เธอน่าจะคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่เธอจะใช้มัดใจผู้ชายเพื่อที่จะไม่ทิ้งเธอไปเหมือนคนก่อนๆอีก

(ซึ่งการขาดความรักจากผู้ชายทั้งๆที่เธอมอบให้หมดใจตลอดดูจะเป็นปมในใจที่สำคัญของเธอที่มี

แต่เด็ก) แต่วันเวลาและโชคชะตากลับทำให้เธอสูญเสียงานนี้ไป เธอหันไปอาศัยอยู่กินกับแมงดา

คนหนึ่งที่คอยแต่จะเอาเปรียบเธอ จนในที่สุดเธอทนไม่ไหวอีกต่อไป ทั้งเขาและชีวิตที่ผ่านๆมาจึง

ตัดสินใจที่จะฆ่าเขาแล้วฆ่าตัวตายตาม อย่างไรก็ตามร่างกายของเธอยังเหนี่ยวรั้งไม่ยอมให้เธอ

ตาย เธอตัดสินใจเดินทางไปที่แม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ๆนักเขียนที่แฟนเก่าของเธอชื่นชอบตาย

เป็นสถานที่สละชีวิตไปหาแฟนเก่านักเขียนของเธอ (ที่ผ่านๆมาและต่อจากนี้เธอมอบความรักให้

แก่ผู้ชายไปเป็นจำนวนมาก แต่ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นคนที่เธอรักมากที่สุด จากเหตุการณ์นี้

ประกอบกับที่เธอเกลียดตอนฝนตกมาก เพราะเป็นช่วงที่เธอเห็นเขาตายต่อหน้าต่อตา แต่หนังก็

ไม่ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเขาไว้มากนัก) แต่แล้วโชคชะตากลับกลั่นแกล้งเธออีกรอบ เพราะแม่

น้ำนั้นไม่ลึกพอที่จะเป็นสถานที่ฆ่าตัวตายได้ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ถูกจับ ต้องอาศัยอยู่ในคุกอีก

แปดปี แต่ระหว่างที่เธออยู่ในคุก เธอกลับใช้ชีวิตอย่างมีความหวังมากกว่าเก่า ซึ่งเห็นได้จากเพลง

ในช่วงนี้ ที่ตั้งคำถามว่าชีวิตคืออะไร ซ฿งเธอก็ร้องตอบกลับไปว่าความรักคือชีวิต และเธอใช้ชีวิต

อยู่เพื่อความรัก (วู้วว) ที่มีต่อช่างตัดผมคนหนึ่งที่เธอเจอก่อนถูกจับ

 

แต่ความหวังของเธอก็กลับเป็นหมันอีกรอบ เมื่อเธอเดินทางกลับบ้านไปพบกับเขายิ้มแย้มหัวเราะ

อยู่กับลูกเมียของเขา แต่เธอดูจะไม่เสียใจเท่าไรนัก อาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่ได้รักเขาอย่างจริง

จัง เธอแต่เพียงอยากจะหาใครสักคนเท่านั้นเอง หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเธอชินกับการผิดหวังไป

เสียแล้วก็ได้

 

จนกระทั่งเธอมาเจอกับริวเด็กนักเรียนที่เคยสร้างปัญหาแก่เธอซึ่งเติบโตมาเป็นสมุนของยากุซ่า

อาจจะพูดได้ว่าถ้าไม่ได้เป็นเพราะเขา เธอคงไม่พบแต่เรื่องร้ายๆอย่างนี้ อย่างไรก็ตามเขาได้เผย

ให้เธอรู้ว่า แท้จริงแล้วเขาไม่ได้เกลียดเธอเลย แต่กลับชอบเธอมากด้วยซ้ำ คำพูดดังกล่าวนี้เสียง

แทงเข้าไปในอกของมัตซึโกะ เพราะคนที่ชอบเธอที่สุดกลับกลายเป็นคนที่นำพาโชคและเรื่อง

ร้ายๆเข้ามาในชีวิตของเธอ แรกเริ่มเธอจจึงรับไม่ได้ที่จะต้องอยู่กับผู้ชายคนนี้ แต่เมื่อเธอกลับเข้า

ไปในห้องของเธอแล้วพบแต่ความเหงาเปล่าเปลี่ยว เธอจึงคิดในใจ หากทั้งสองทางคือนรก

สำหรับเธอ เธอก็ขอใช้ชีวิตในนรกกับใครสักคนดีกว่าที่จะอยู่เพียงลำพัง ในช่วงเวลาที่เธอใช้ชีวิต

อยู่กับเขานั้น เธอแสดงออกถึงความกลัวที่จะสูญเสียคนรักไปอย่างออกนอกหน้า ริวรำคาญจนทน

ไม่ไหวจึงเริ่มใช้กำลังกับเธอ แต่เธอก็ยอมทน สำหรับเธอแล้วขอแค่อยู่กับเขา จะให้ใช้ชีวิตเหมือน

อยู่ในนรกก็ยอม

 

จนแล้วจนรอด โชคชะตาก็เล่นตลกกับเธออีกจนได้ เมื่อริวซึ่งเอาเงินของแก้งยากุซ่าไปเล่นพนัน

จนหมดและถูกจับได้ ทำให้ถูกพวกยากุซ่าตามล่า แต่แม้จะเป็นวาระสุดท้ายในชีวิตของมัตซึโกะ

เธอก็เลือกที่จะจบชีวิตตนอย่างสวยหรูโรแมนติกเหมือนในนิยายด้วยการกินยาฆ่าตัวตายพร้อมกับ

คนที่เธอรัก ทั้งคู่ดูเชิงกันอยู่นาน จนแล้วจนรอดริวก็คายออกมาก่อน มัตซึโกะจึงบ้วนตาม (แต่ผมก็

เชื่อว่าหากริวไม่ปอดแหกเสียก่อน มัตซึโกะเอาจริงแน่) ริวตัดสินใจที่จะแจ้งตำรวจมาจับตัวเอง

แทนที่จะถูกพวกยากุซ่าฆ่า

 

ริวทนทวนสิ่งที่ตนเองเคยทำต่อมัตซึโกะในอดีตที่ผ่านมาทั้งหมด แล้วนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่เคยจะทำ

ให้มัตซึโกะมีความสุขได้เลยและยังจะสร้างปัญหาให้กับเธออยู่ตลอด แต่เธอก็เหมือนจะไม่โกรธ

เขาแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เธอมอบความรักให้เขามากมาย ทำให้เขารู้สึกว่าม่คู่ควรกับเธอ และ

ควรจะไปให้ไกลจากชีวิตของเธอเสียดีกว่าเพื่อประโยชน์ของเธอเอง ทั้งๆที่จริงแล้วเธอเฝ้ารอการ

กลับมาของเขาอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อถึงเวลาที่เขาออกจากคุก มัตซึโกะยืนอยู่ที่ทางออกเพื่อรอเขา

คนรัก ญาติสนิท และเพื่อนที่หลงเหลือในชีวิตคนเดียวของเธอ... แต่เขากลับต่อยเธอและวิ่งหนี

ไปอย่างบ้าคลั่ง ดูเหมือนว่าไม่ว่าเขาจะเลือกอยู่หรือไม่อยู่กับเธอ เขาก็สร้างความทุกข์ให้แก่มัตซึ

โกะได้เสมอๆ และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่จะหักเหชีวิตของเธอให้ด่ำดิ่งลงไปลึกกว่าเก่า

 

ริว เด็กหนุ่มที่ให้ความรักใครไม่เป็น และไม่เคยทำให้ใครมีความสุขได้ ค้นพบทางสว่างของตนใน

คัมภีร์ไบเบิ้ล เขาประทับใจกับประโยคที่ว่า “พระเจ้าคือความรัก” และ “พระเจ้าสามารถรักศัตรูของ

ท่านได้ แต่มนุษย์นั้นอ่อนแอเกินกว่าที่จะรักศัตรูของเขาได้ นั้นเป็นสาเหตุที่มนุษย์ต้องการพลัง

จากพระเจ้า” สำหรับเขาแล้วพระเจ้าคือมัตซึโกะ ผู้ที่สามารถรักเขาได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ผู้ที่ยอม

ทุกข์ทนกับเขา และผู้ที่ให้อภัยเขา แต่เขาเองกลับไม่สามารถที่จะให้ความรักหรือแม้กระทั่งความ

อดทนต่อเธอได้ เมื่อเขาไม่พอใจเธอ เขาก็ซ้อมเธอ และในที่สุดเขาก็เป็นคนทำลายความฝันทุกๆ

อย่างของเธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนที่รูสึกว่าตัวเองไร้ค่า    

  

ในช่วงสุดท้ายของชีวิตของเธอ เธอเลือกที่จะไม่สนใจใครอกีต่อไป เธอใช้ชีวิตไปวันๆโดยไม่รู้ว่า

อยู่ไปเพื่ออะไร แต่เธอก็ยังคงมีความฝันสุดท้าย คือการรอจดหมายจากนักร้องหนุ่มวงเกนจิคนหนึ่ง

เธอเฝ้ารอด้วยความอดทน แต่สุดท้ายก็พบกับความผิดหวังเช่นเดิม

 

“ขอโทษด้วยที่ฉันเกิดมา”

 

เป็นประโยคที่แฟนนักเขียนของเธอเคยเขียนทิ้งไว้ ณ บัดนี้เธอเข้าใจความรู้สึกของประโยคนี้แล้ว

ความฝันทุกอย่างในวัยเด็กว่าจะเติบโตมาเป็นหงส์ขาว สุดท้ายเมื่อตื่นขึ้นมาก็พบกับความจริงที่ว่า

ตัวเองเป็นแค่อีกาดำตัวหนึ่งที่ไร้ค่า ช่วงชีวิตตอนนี้เป็นช่วงเดียวที่เราไม่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของ

มัตซึโกะเลย ไม่ต้องพูดถึงเสียงหัวเราะ ซึ่งความทุกข์และความสิ้นหวังที่เธอผจญมาทั้งชีวิต

ประกอบกับการต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ญาตสนิทมิตรสหาย อย่าว่าแต่คนรักเลย ทั้งหมดนี้ทำให้

ผมเข้าใจได้ว่า ทำไมมัตซึโกะเด็กหญิงที่ร่าเริงสดใสมีชีวิตชีวาในตอนเด็ก กลับกลายเป็นผู้ใหญ่ที่

มีปัญหาทางจิต และสิ้นหวังเช่นนี้ได้ เมื่อเราเฝ้าติดตามชีวิตเธอมาทั้งชีวิตจะพบว่า เส้นทางทั้ง

หมดของเธอมันช่างน่าเศร้า  

 

ชีวิตของเธอไร้ค่า...หรือไม่

 

แต่ผมว่ามัตซึโกะคงไม่รู้ตัวหรอกว่าชีวิตเธอมีค่าต่อคนอื่นมากแค่ไหน อย่างน้อยๆก็สำหรับโช

หลานชายของเธอผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของชีวิตและต้องการคำอธิบายถึงความหมายของ

ชีวิต ความฝัน และทางออก

 

โช หลานของป้ามัตซึโกะ ผู้ซึ่งต้องพบกับความผิดหวังจากความรักเหมือนป้าของเธอ เขาหมก

หมุ่นอยู่กับหนังโป๋ และรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิต จนกระทั่งเขาได้รับมอบหมายให้ไปทำความสะอาดห้อง

ของป้ามัตสุโกะจากพ่อ หลังจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็ค่อยๆทำความรู้จักกับป้าของเขาที่เขา(คิด

ว่า)ไม่เคยเจอ และที่สำคัญได้เรียนรู้สิ่งสำคัญในชีวิตไปมากมายจากเรื่องราวของเธอ... และเข้า

ใจประโยคที่แฟนของเธอพูดกับเขา “สิ่งสำคัญในชีวิตไม่ได้อยู่ที่การได้รับ สิ่งสำคัญในชีวิตอยู่ที่

การให้ต่างหาก” เพราะชีวิตของมัตซึโกะคือคำอธิบายที่ดีที่สุดของประโยคนี้....

 
เมื่อเธอตาย สิ่งที่เธอปรารถนามานานก็เป็นจริง เธอได้เดินทางกลับบ้านผ่านสายน้ำที่คุ้นเคย เพื่อ
กลับไปเจอกับครอบครัวที่เธอคิดถึงถวิลหามาโดยตลอด (เห็นได้จากการที่เธอเฝ้ามองแม่น้ำทุก
วัน) ราวกับว่าเพื่อที่จะแก้ไขความผิดพลาดทั้งมวลที่เธอเคยทำมา ทุกๆคนในบ้านต้อนรับเธอ ซึ่ง
เป็นสิ่งที่เธอปรารถนามาโดยตลอด โดยเฉพาะน้องสาวของเธอที่ยืนรอคอยเธออยู่บนสุดของ
บันได ฉากนี้เป็นฉากที่ผมชอบมากที่สุด เพราะในจณะที่เธอย่างก้าวขึ้นบันไดนั้นไป ทุกๆคนที่
ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอ และได้รับความสุขจากเธอต่างร้องเพลงที่เธอชอบให้แก่เธอเหมือนเป็น
การขอบคุณต่อทุกๆอย่างแสดงให้เห็นว่าเธอมีความสำคัญต่อคนเหล่านี้แค่ไหน และราวกับว่ามัตซึ
โกะได้เดินทางขึ้นไปสู่ที่ๆเธอควรจะอยู่กับน้องสาวของเธอ ผมไม่รู้ว่าปลายสุดนั้นคือสวรรค์หรือไม่
แต่ที่แน่ๆมัตซึโกะและน้องสาวของเธอคงจะค้นพบกับความสุขและความสมหวังบนนั้นเป็นแน่แท้
 
 
โดยรวมแล้วผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เล่นกับความโศกเศ้ราได้อย่างไม่ฟูมฟายนัก โดยอาศัยสอดแทรกมุขตลก ความเป็นละครเพลง และการแสดงโอเวอแอคติ้งของตัวละครได้อย่างดี ผมกล้าพูดได้เลยว่าหากผู้กำกับคนอื่นกำกับเรื่องนี้แทนที่จะเป็นเท็ตซึยะ แล้ว หนังเรื่องนี้อาจจะออกมาฟูมฟายเกินกว่่าทีควร และทำให้น่าเบื่อได้ แต่ถ้าให้เครดิตแก่ผู้กำกับคนเดียวก็คงไม่ถูก เพราะถ้าขาด นักแสดงหญิงอย่าง มิกิ นะคะตะนิ แล้วมัตซึโกะก็มิอาจเป็นมัตซึโกะอย่างที่เราเห็น (เอ๊ะยังไง มันก็แน่นะสิ) ผมคิดว่าถ้าเป็นคนอื่นแสดงอาจจะแอ๊บแบ๊วเกินจริงทำให้ไม่เห็นความสมจริงของความทุกข์ในใจของมัตซึโกะ หรืออาจจะทุกข์เกินไปจนไม่เห็นความสดใสของมัตซึโกะเลยก็ได้ (เรียกได้ว่านักแสดงคนนี้คือมัตซึโกะพอดีเปี๊ยบ)
นอกจากนี้ผมยังชอบบรรยากาศของหนังเรื่องนี้มาก ที่ทำให้มีสีโบราณๆและจัดจ้านเช่นนี้ ซึ่งเข้ากับยุคสมัยปลายศตวรรษที่20มาก และผมก็ชอบเพลงในเรื่องทุกเพลงมาก ด้วยทำนองที่เข้ากับอารมณ์ และออกมาได้จังหวะตลอด ไม่มากไปน้อยไป
ดูๆแล้วรู้สึกผมจะชอบทุกอย่างเลยนะเนี่ย!!
   

edit @ 20 Apr 2010 01:23:48 by Japocrazy

Tokyo sonata : ชีวิตผ่านบทเพลง

posted on 19 Apr 2010 23:14 by japocrazy


...

Tokyo Sonata : ชีวิต(คนญ๊่ปุ่น)ผ่านบทเพลง

อำนาจและ ศักดิ์ศรี วิถีของซามูไร (ผู้ชายญี่ปุ่น)

 

อำนาจเด็ดขาดของผู้เป็นพ่อ ที่ต้องอาศัยบารมี ศักดิ์ศรีและ
เกียรติยศในการรักษาอำนาจ (patriachy) ของตนเองในครอบครัว
...
ฉากหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ผมได้ฉุกคิดอย่างมาก คือตอนที่คนทั้งโต๊ะต้องรอ "พ่อ"ดื่มเบียร์ให้สาแก่
ใจ และเป็นคนเริ่มกินอาหารก่อน คนอื่นถึงจะเริ่มกินได้
...
อย่างไรก็ตามฉากนี้เป็นเพียงแค่สัญญะที่ไม่ได้มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องหลักเท่าไรนัก
เมื่อเทียบกับความพยายามของเขาที่จะปกครองครอบครัวโดยการผูกขาดการตัดสินใจสำคัญๆใน
ครอบครัวเสียหมด เริ่มที่ลูกชาย คนโตที่อยากจะเข้าร่วมกองทัพของสหรัฐอเมริกาเพื่อทำ
ประโยชน์ให้แก่โลก
แต่พ่อกลับเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะสำหรับเขาแล้วแค่หาเลี้ยงชีพให้รอดไปวันๆก็ลำบากจะ
แย่แล้ว
 การที่ลูกของเขาออกไปทำเรื่องที่ไกลตัวขนาดนั้นเป็นเพียงสิ่งฝันเฟื่องสำหรับคนอย่างเขาที่ใช้
ชีวิตอยู่ในกรอบตามแบบฉบับความเป็นญี่ปุ่นมาทั้งชีวิต เป็นซาราลี่แมนที่ไม่เห็นค่าความฝันของ
ลูกๆ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบอย่างพ่อที่มีอำนาจสูงสุดในครอบครัวมาโดยตลอด คงไม่
ยินยอมเสียหน้าหรือเสียเกียรติของลูกผู้ชายโดยเด็ดขาด โดยในตอนท้ายของเรื่อง เขาบังเอิญ
เก็บเงินได้ปึกหนึ่งในห้องน้ำที่เขาทำความสะอาด ในตอนแรกนั้นเขามีท่าทีที่ตั้งใจจะเก็บมันไว้
เนื่องจากรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตตนเอง และอยากเริ่มชีวิตใหม่เต็มที่แล้ว เขารีบเร่งเดินออกไปอย่างมี
พิรุธ จนบังเอิญพบกับคุณแม่ที่เห็นเขาในสภาพชุดพนักงานทำความสะอาดพอดี เขาตกใจเป็น
อย่างมากซึ่งในตอนนีสามารถตีความได้ในสองแง่มุม คือในแง่ของการตกใจอันเนื่องจากเห็นเขา
ในสภาพของพนักงานทำความสะอาดจึงพูดขึ้นว่า” ไม่ใช่นะๆ” เพื่อเป็นการกลบเกลื่อนความเป็น
จริง หรือจะมองอีกแง่คือ เขายังคงตื่นตระหนกอยู่กับเงินที่เขาเก็บได้ เมื่อเจอกับคุณแม่ที่สำหรับ
เขาแล้วเป็นคนที่รู้ความจริงทุกอย่าง เขาก็ปฏิเสธไปอย่างหน้าไม่อายว่า “ไม่ใช่นะๆ(ผมไม่ใช่
ขโมย) แล้วเขาก็วิ่งหนีไป โดยไม่มีจุดหมาย เขาวิ่งจนถึงกลางคืน (เป็นฉากหนึ่งที่ผมชอบมากและ
แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ให้ความสำคัญกั บความหมายผ่านสัญญะต่างๆมากมายเหลือเกิน
จนบางครั้งอาจจะทำให้ดูไม่สมจริง)ตอนที่คุณพ่อวิ่งตามถนนนั้น ตามทางจะมีเศษขยะคอยขวาง
ทางเขาอยู่ไม่ขาดระยะ แต่เขาก็ยังคงวิ่งผ่านกองขยะเหล่านั้น โดยไม่คิดที่จะหลบกองขยะเหล่า
นั้น เขาวิ่งตรงๆดื้อผ่านมันไป แม้เขาจะต้องล้มลุกคลุกคลานเขาก็ยังคงวิ่งต่อ จนถึงจุดที่เขาไม่
ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาจึงล้มตัวลงนอนและกล่าวกับตัวเองว่า “อยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” หลังจาก
นั้นเขาก็ลุกขึ้นมาวิ่งต่อจนโดนรถชน เขาสลบที่ข้างทางจนถึงเช้า ราวกับว่าได้เกิดใหม่ เขาลืมไป
แล้วว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับเขา เขาพบเงินในกระเป๋า ซึ่งเขาก็เอามันไปคืนในกล่องของเก็บได้
แล้วเขาก็กลับบ้านไปใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

 

ความฝันและวาทกรรมของความเป็นหญิง(ญี่ปุ่น)

 

Stereotype ของผู้หญิงญี่ปุ่นเห็นผ่านตัวละครที่เป็นแม่ ที่เป็นแม่บ้านที่ต้องดูแลสมาชิกในครอบ

ครัว จนทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตหรือเลือกเดินตามความฝันของตัวเองได้ เธอทำใบขับขี่และไปดู

รถสปอร์ตในโชวรูมแห่งหนึ่ง กระนั้นก็ตาม เธอก็ต้องเก็บความฝันที่จะได้ครอบครองรถคันนั้นไว้กับ

ตัวเธอคนเดียว และใช้ชีวิตตามหน้าที่ของเธอ เธอต้องเป็นคุณแม่ที่ดีที่คอยทำอาหารให้สามีและ

ลูกๆกิน รอคอยสามีเธอกลับบ้านเพียงเพื่อที่จะได้กินข้าวพร้อมกัน และเมื่อเกิดปัญหาระหว่างลูกๆ

กับพ่อ เธอก็เป็นคนกลางคอยไกล่เกลี่ยปัญหาเสมอๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านแทบทุกอย่างไม่สามารถ

หลุดพ้นจากสายตาเธอไปได้ (ไม่เว้นแม้แต่สถานะตกงานของพ่อ) อันที่จริงแล้วในช่วงแรกของ

เรื่องผมไม่เห็นเธอออกไปอยู่นอกบ้านเลย ผู้ชายที่เหลือเมื่อกลับบ้าน ก็จะเห็นเธอทำความสะอาด

และทำกับข้าวรออยู่เสมอ เธอใช้ชีวิตเพื่อครอบครัว ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่ในยามที่เธอต้องการใคร

สักคนที่จะช่วยฉุดเธอขึ้นมาจากความเหนื่อยล้าในชีวิต สัญญะที่สื่อผ่านนเรื่องช่วงนี้ก็คือฉากที่

เธอนอนอยู่และชูมือขึ้นฟ้าหวังให้สามีของเธอ(หรือใครสักคน)ช่วยฉุดเธอขึ้นมาจากความเหนื่อย

ล้าและความสิ้นหวังของเธอ แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นมา กลับไม่มีใครแม้แต่สามีของเธอที่จะอยู่เคียง

ข้างเธอเมื่อเธอต้องการ (จุดนี้แสดงให้เห็นนิสัยของคนญี่ปุ่นอีกอย่างคือ การไม่เปิดเผยความในใจ

ออกมา ทำให้ไม่มีใครรู้ความต้องการของเธอ) แต่ในตอนท้ายของเรื่อง โชคชะตาทำให้เธอได้พาน

พบกับการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น(ที่สุดในชีวิตของเธอก็ว่าได้) เมื่อโจรกระจอกคนหนึ่งแอบเข้ามาใน

บ้านของเธอและใช้มีดขู่กรรโฉกทรัพย์เธอ แต่กลับพบว่าในบ้านนี้ไม่มีเงินสดเลย เมื่อเขาเผลอ

เปิดหน้ากากให้เธอเห็นใบหน้าที่แท้จริง ทำให้ต้องตัดสินใจลักพาตัวเธอไปด้วย ซึ่งคุณแม่ก็ยินดีที่

จะไปกับโจรกระจอกคนนี้ โดยคุณแม่พูดประมาณว่า “เขาทำให้เธอก้าวถลำลึกจนไม่อาจจะย้อน

กลับได้แล้ว” ซึ่งผมตีความได้สองประการคือ เธอหวังว่านี้จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือไม่ก็เป็น

เพราะว่าโจรกระจอกคนนั้นทำให้เธอได้เห็นสิ่งที่ไม่ควรได้เห็นนั้นคือ สภาพสามีของเธอในชุด

พนักงานทำความสะอาด (เธอคงคิดว่าสามีของเธอคงไม่มีหน้ากลับมาหาเธออีกจากความน่าอาย

ครั้งนั้น ทำให้เธอเป็นอิสระ แต่ที่ไหนได้สามีดันกลับมาหาเธอ และหันมาตั้งใจทำความสะอาดและ

ยอมให้ลูกเรียนเปียโนซะงั้น ฮา) เธอเห็นประกายแสงที่ขอบฟ้าเปรียบเสมือนความหวังใหม่ที่เข้า

มาในชีวิตเธอ แต่เมื่อเธอเข้าไปในกระท่อมเพื่อชวนโจรคนนั้นไปดูด้วยกัน (ซึ่งโจรก็นอนหลับเป็น

ตายไม่ยอมตื่น) แล้วกลับไปดูอีกที แสงนั้นก็หายไปแล้ว หรือนี้จะเป็นเพียงเหตุการณ์แปลก

ประหลาดที่นานๆทีจะเกิดขึ้นในชีวิตของเธอ ซึ่งเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่ไม่ใช่ความจริงในชีวิตของ

เธอ สุดท้ายเธอก็กลับบ้านไปทำกับข้าวให้ลูกคนเล็กที่เพิ่งออกจากคุก ดูเหมือนว่าชีวิตของครอบ

ครัวนี้จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หลังจากที่มีเหตุการณ์ประหลาดๆทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับครอบครัว

ในคืนก่อนหน้านี้ ราวกับว่าคืนก่อนเป็นเพียงความฝัน? ที่เมื่อตื่นขึ้นมา พวกเขาก็ต้องเผชิญกับ

ความจริงที่เริ่มใหม่ไม่ได้ แต่สามารถเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมันอย่างดีที่สุดต่อไป

 

ความฝันและความหวังของเด็กรุ่นใหม่

 

 

ลูกชายคนโต

 

เป็นแบบฉบับของเด็กรุ่นใหม่(อีกแล้ว) ที่แสวงหาความตื่นเต้น ความท้าทาย ด้วยวิธีการตาม

อุดมการณ์ของตน ในความคิดของเขา ญี่ปุ่นไม่มีที่เพียงพอสำหรับอุดมการณ์หรือความฝันอันยิ่ง

ใหญ่ที่จะช่วยเหลือโลกของเขา

 

ญี่ปุ่นในสายตาของเขานั้นแคบและเห็นแก่ตัว ปิดตัวเองอยู่แต่ภายในเกาะ ไม่คิดที่จะมองปัญหา

ภายนอกที่ยิ่งใหญ่กว่าปัญหาของตนที่ตนเองหมกหมุ่นอยู่ทุกวัน ซึ่งเห็นได้จากคำพูดของพ่อ ต่อ

เรื่องที่เขาต้องการจะเข้าไปสมัครเป็นทหารในกองทัพของสหรัฐเพื่อปกป้องโลก แต่พ่อของเขา

กลับคิดว่าลูกชายของเขาไม่สามารถปกป้องใครได้ และเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องปกป้องลูกชาย

ของเขาต่างหากอีกด้วย หากลูกชายของเขาออกไปจากเกาะญี่ปุ่น เขาก็จะสูญเสียอำนาจเหนือลูก

ชายของเขา และปกป้องเขาไม่ได้ (แสดงให้เห็นภาพของญี่ปุ่นในฐานะหมู่เกาะที่รู้สึกไม่มีอำนาจ

เหนือการเมืองโลกอย่างที่ควรจะเป็นทั้งที่มีขนาดทางเศรษฐกิจอันดับสองของโลก อันเป็นผลมา

จากการไม่มีกองทัพของตนเอง) ทำให้ลูกชายคนโตเห็นว่าเขาควรจะทำอะไรสักอย่าง เพื่อโลก

และเพื่อญี่ปุ่นเอง ไม่ใช่เอาแต่รอคอยความช่วยเหลือ (จากสหรัฐ) หรือปัดความรับผิดชอบของ

ญี่ปุ่นให้แก่ผู้อื่น

 

ลูกชายคนเล็ก

 

มีความฝันอยากจะเป็นนักเปียโน แต่พ่อของเขากลับไม่สนับสนุนอย่างไม่มีเหตุผล (แต่คาดว่าน่า

จะเป็นเพราะความคิด conservative ของพ่อที่มองว่าเปียโนเป็นเครื่องดนตรีสำหรับผู้หญิง) ซึ่งเ

ป็นความพยายามของพ่อที่จะรักษาอำนาจในการปกครองภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม ลูกชายคนเ

ล็กก็แอบไปเรียนเปียโนกับครูสาวสวยคนหนึ่ง โดยใช้เงินค่าอาหารกลางวันสามเดือนเป็นค่าเรียน

เปียโนเสียหมด และยังโชคดีเก็ยคีย์บอร์ดที่เสียแล้วมาฝึกซ้อมเล่นในบ้านได้อีก ลูกชายคนเล็กกับ

ลูกชายคนโตมีลักษณะคล้ายกันอยู่อย่างหนึ่งคือ มีความเป็นขบถในตัวเองที่ท้าทายต่อข้อห้าม

 ต่างๆนานาของผู้ใหญ่ที่พยายามจะรักษาอำนาจของตนอย่างไร้เหตุผล แม้พ่อของเขาจะห้าม

ปรามอย่างไร เขาก็แอบฝึกฝนจนเล่นเก่ง แต่เพราะพรสวรรค์ของเขาทำให้เรื่องนี้ไม่เป็นความลับ

อีกต่อไป เมื่อครูสอนเปียโนของเขาเขียนจดหมายโน้มน้าวให้พ่อส่งลูกชายคนเล็กเรียนต่อโ

รงเรียนดนตรีเพื่อไม่ให้พรสวรรค์ของเขาสูญเปล่า พ่อของเขาโกรธอย่างมาก (ส่วนหนึ่งคาดว่าน่า

จะเป็นความโกรธที่เกิดจากเรื่องส่วนตัวของเขาเองด้วย) โดยคิดว่าครูคนนี้เพียงแต่หลอกให้ลูก

ชายของเขาเข้าไปเรียนเพื่อทีจะได้ค่าส่วนแบ่ง เขาทำร้ายร่างกายลูกของตนเองจนทำให้ลูกชาย

หัวแตกต้องเข้าโรงพยาบาล

 

อย่างไรก็ตามสุดท้าย พ่อและแม่ก็ยินยอมให้เขาไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนดนตรี เขาเล่นได้ดีมาก

ทำให้ทุกคนชื่นชมรวมถึงครอบครัวของเขาเองที่ภาคภูมิใจในตัวเขามากด้วย แม้จะเป็นการชื่นชม

อย่างเงียบๆไร้ซึ่งเสียงตบมือ และเป็นความภาคภูมิใจของพ่อและแม่ที่ปราศจากการพูดจาเลยก็

ตาม แต่ผมก็รู้สึกได้ เสมือนการบรรเลงเปียโนที่ไม่ต้องการคำอธิบายหรือเนื้อร้องแต่อย่างใด...     

 
Tokyo Sonata หนังเรื่องนื้แลดูทะมึนๆเนือยๆทั้งเรื่อง บทพูดไม่มากนัก (มีเฉพาะบทสนทนาที่จำ
เป็นจริงๆ) และท่าทีของตัวละครที่เย็นชาต่อกัน อย่างกับว่าความสัมพันธ์ของตัวละครที่มีต่อกันใน
เรื่องเป็นเพียงหน้าที่! ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ตีแพร่ประเด็นปัญหาสังคมของญี่ปุ่นได้อย่างครบถ้วนที่
สุดเรื่องหนึ่ง (ในฐานะที่ผมเองดูหนังญี่ปุ่นมาพอสมควร) แม้ว่าชีวิตตัวละครในเรื่องจะดูน่าหดหู่
มากเกินไป(สำหรับหลายๆคน) แต่ผมกลับมองว่าในความห่วยแตกในชีวิตประกอบกับสิ่งประหลาด
ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของพวกเขา เช่นการที่แม่ได้เจอกับโจรกระจอก การที่พ่อที่ได้งานเป็น
พนักงานทำความสะอาด และการที่ลูกชายคนเล็กได้แสดงพรสวรรค์ที่เขาต้องเก็บงำเอาไว้ตลอด
กลายเป็นสิ่งพิเศษในชีวิตที่ทำให้พวกเขาได้รู้ถึงคุณค่าของสิ่งที่เขามีอยู่ นั้นก็คือครอบครัว(ที่ไม่
สมประกอบอย่างนี้นั้นแหละ)

 

 

edit @ 19 Apr 2010 23:53:01 by Japocrazy

edit @ 20 Apr 2010 00:09:09 by Japocrazy

edit @ 20 Apr 2010 13:52:29 by Japocrazy