Tokyo sonata : ชีวิตผ่านบทเพลง
posted on 19 Apr 2010 23:14 by japocrazy
...
Tokyo Sonata : ชีวิต(คนญ๊่ปุ่น)ผ่านบทเพลง
อำนาจและ ศักดิ์ศรี วิถีของซามูไร (ผู้ชายญี่ปุ่น)
อำนาจเด็ดขาดของผู้เป็นพ่อ ที่ต้องอาศัยบารมี ศักดิ์ศรีและ
เกียรติยศในการรักษาอำนาจ (patriachy) ของตนเองในครอบครัว
...
ฉากหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ผมได้ฉุกคิดอย่างมาก คือตอนที่คนทั้งโต๊ะต้องรอ "พ่อ"ดื่มเบียร์ให้สาแก่
ใจ และเป็นคนเริ่มกินอาหารก่อน คนอื่นถึงจะเริ่มกินได้
...
อย่างไรก็ตามฉากนี้เป็นเพียงแค่สัญญะที่ไม่ได้มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องหลักเท่าไรนัก
เมื่อเทียบกับความพยายามของเขาที่จะปกครองครอบครัวโดยการผูกขาดการตัดสินใจสำคัญๆใน
ครอบครัวเสียหมด เริ่มที่ลูกชาย คนโตที่อยากจะเข้าร่วมกองทัพของสหรัฐอเมริกาเพื่อทำ
ประโยชน์ให้แก่โลก
แต่พ่อกลับเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะสำหรับเขาแล้วแค่หาเลี้ยงชีพให้รอดไปวันๆก็ลำบากจะ
แย่แล้ว
การที่ลูกของเขาออกไปทำเรื่องที่ไกลตัวขนาดนั้นเป็นเพียงสิ่งฝันเฟื่องสำหรับคนอย่างเขาที่ใช้
ชีวิตอยู่ในกรอบตามแบบฉบับความเป็นญี่ปุ่นมาทั้งชีวิต เป็นซาราลี่แมนที่ไม่เห็นค่าความฝันของ
ลูกๆ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบอย่างพ่อที่มีอำนาจสูงสุดในครอบครัวมาโดยตลอด คงไม่
ยินยอมเสียหน้าหรือเสียเกียรติของลูกผู้ชายโดยเด็ดขาด โดยในตอนท้ายของเรื่อง เขาบังเอิญ
เก็บเงินได้ปึกหนึ่งในห้องน้ำที่เขาทำความสะอาด ในตอนแรกนั้นเขามีท่าทีที่ตั้งใจจะเก็บมันไว้
เนื่องจากรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตตนเอง และอยากเริ่มชีวิตใหม่เต็มที่แล้ว เขารีบเร่งเดินออกไปอย่างมี
พิรุธ จนบังเอิญพบกับคุณแม่ที่เห็นเขาในสภาพชุดพนักงานทำความสะอาดพอดี เขาตกใจเป็น
อย่างมากซึ่งในตอนนีสามารถตีความได้ในสองแง่มุม คือในแง่ของการตกใจอันเนื่องจากเห็นเขา
ในสภาพของพนักงานทำความสะอาดจึงพูดขึ้นว่า” ไม่ใช่นะๆ” เพื่อเป็นการกลบเกลื่อนความเป็น
จริง หรือจะมองอีกแง่คือ เขายังคงตื่นตระหนกอยู่กับเงินที่เขาเก็บได้ เมื่อเจอกับคุณแม่ที่สำหรับ
เขาแล้วเป็นคนที่รู้ความจริงทุกอย่าง เขาก็ปฏิเสธไปอย่างหน้าไม่อายว่า “ไม่ใช่นะๆ(ผมไม่ใช่
ขโมย) แล้วเขาก็วิ่งหนีไป โดยไม่มีจุดหมาย เขาวิ่งจนถึงกลางคืน (เป็นฉากหนึ่งที่ผมชอบมากและ
แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ให้ความสำคัญกั บความหมายผ่านสัญญะต่างๆมากมายเหลือเกิน
จนบางครั้งอาจจะทำให้ดูไม่สมจริง)ตอนที่คุณพ่อวิ่งตามถนนนั้น ตามทางจะมีเศษขยะคอยขวาง
ทางเขาอยู่ไม่ขาดระยะ แต่เขาก็ยังคงวิ่งผ่านกองขยะเหล่านั้น โดยไม่คิดที่จะหลบกองขยะเหล่า
นั้น เขาวิ่งตรงๆดื้อผ่านมันไป แม้เขาจะต้องล้มลุกคลุกคลานเขาก็ยังคงวิ่งต่อ จนถึงจุดที่เขาไม่
ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาจึงล้มตัวลงนอนและกล่าวกับตัวเองว่า “อยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” หลังจาก
นั้นเขาก็ลุกขึ้นมาวิ่งต่อจนโดนรถชน เขาสลบที่ข้างทางจนถึงเช้า ราวกับว่าได้เกิดใหม่ เขาลืมไป
แล้วว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับเขา เขาพบเงินในกระเป๋า ซึ่งเขาก็เอามันไปคืนในกล่องของเก็บได้
แล้วเขาก็กลับบ้านไปใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
ความฝันและวาทกรรมของความเป็นหญิง(ญี่ปุ่น)
Stereotype ของผู้หญิงญี่ปุ่นเห็นผ่านตัวละครที่เป็นแม่ ที่เป็นแม่บ้านที่ต้องดูแลสมาชิกในครอบ
ครัว จนทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตหรือเลือกเดินตามความฝันของตัวเองได้ เธอทำใบขับขี่และไปดู
รถสปอร์ตในโชวรูมแห่งหนึ่ง กระนั้นก็ตาม เธอก็ต้องเก็บความฝันที่จะได้ครอบครองรถคันนั้นไว้กับ
ตัวเธอคนเดียว และใช้ชีวิตตามหน้าที่ของเธอ เธอต้องเป็นคุณแม่ที่ดีที่คอยทำอาหารให้สามีและ
ลูกๆกิน รอคอยสามีเธอกลับบ้านเพียงเพื่อที่จะได้กินข้าวพร้อมกัน และเมื่อเกิดปัญหาระหว่างลูกๆ
กับพ่อ เธอก็เป็นคนกลางคอยไกล่เกลี่ยปัญหาเสมอๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านแทบทุกอย่างไม่สามารถ
หลุดพ้นจากสายตาเธอไปได้ (ไม่เว้นแม้แต่สถานะตกงานของพ่อ) อันที่จริงแล้วในช่วงแรกของ
เรื่องผมไม่เห็นเธอออกไปอยู่นอกบ้านเลย ผู้ชายที่เหลือเมื่อกลับบ้าน ก็จะเห็นเธอทำความสะอาด
และทำกับข้าวรออยู่เสมอ เธอใช้ชีวิตเพื่อครอบครัว ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่ในยามที่เธอต้องการใคร
สักคนที่จะช่วยฉุดเธอขึ้นมาจากความเหนื่อยล้าในชีวิต สัญญะที่สื่อผ่านนเรื่องช่วงนี้ก็คือฉากที่
เธอนอนอยู่และชูมือขึ้นฟ้าหวังให้สามีของเธอ(หรือใครสักคน)ช่วยฉุดเธอขึ้นมาจากความเหนื่อย
ล้าและความสิ้นหวังของเธอ แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นมา กลับไม่มีใครแม้แต่สามีของเธอที่จะอยู่เคียง
ข้างเธอเมื่อเธอต้องการ (จุดนี้แสดงให้เห็นนิสัยของคนญี่ปุ่นอีกอย่างคือ การไม่เปิดเผยความในใจ
ออกมา ทำให้ไม่มีใครรู้ความต้องการของเธอ) แต่ในตอนท้ายของเรื่อง โชคชะตาทำให้เธอได้พาน
พบกับการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น(ที่สุดในชีวิตของเธอก็ว่าได้) เมื่อโจรกระจอกคนหนึ่งแอบเข้ามาใน
บ้านของเธอและใช้มีดขู่กรรโฉกทรัพย์เธอ แต่กลับพบว่าในบ้านนี้ไม่มีเงินสดเลย เมื่อเขาเผลอ
เปิดหน้ากากให้เธอเห็นใบหน้าที่แท้จริง ทำให้ต้องตัดสินใจลักพาตัวเธอไปด้วย ซึ่งคุณแม่ก็ยินดีที่
จะไปกับโจรกระจอกคนนี้ โดยคุณแม่พูดประมาณว่า “เขาทำให้เธอก้าวถลำลึกจนไม่อาจจะย้อน
กลับได้แล้ว” ซึ่งผมตีความได้สองประการคือ เธอหวังว่านี้จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือไม่ก็เป็น
เพราะว่าโจรกระจอกคนนั้นทำให้เธอได้เห็นสิ่งที่ไม่ควรได้เห็นนั้นคือ สภาพสามีของเธอในชุด
พนักงานทำความสะอาด (เธอคงคิดว่าสามีของเธอคงไม่มีหน้ากลับมาหาเธออีกจากความน่าอาย
ครั้งนั้น ทำให้เธอเป็นอิสระ แต่ที่ไหนได้สามีดันกลับมาหาเธอ และหันมาตั้งใจทำความสะอาดและ
ยอมให้ลูกเรียนเปียโนซะงั้น ฮา) เธอเห็นประกายแสงที่ขอบฟ้าเปรียบเสมือนความหวังใหม่ที่เข้า
มาในชีวิตเธอ แต่เมื่อเธอเข้าไปในกระท่อมเพื่อชวนโจรคนนั้นไปดูด้วยกัน (ซึ่งโจรก็นอนหลับเป็น
ตายไม่ยอมตื่น) แล้วกลับไปดูอีกที แสงนั้นก็หายไปแล้ว หรือนี้จะเป็นเพียงเหตุการณ์แปลก
ประหลาดที่นานๆทีจะเกิดขึ้นในชีวิตของเธอ ซึ่งเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่ไม่ใช่ความจริงในชีวิตของ
เธอ สุดท้ายเธอก็กลับบ้านไปทำกับข้าวให้ลูกคนเล็กที่เพิ่งออกจากคุก ดูเหมือนว่าชีวิตของครอบ
ครัวนี้จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หลังจากที่มีเหตุการณ์ประหลาดๆทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับครอบครัว
ในคืนก่อนหน้านี้ ราวกับว่าคืนก่อนเป็นเพียงความฝัน? ที่เมื่อตื่นขึ้นมา พวกเขาก็ต้องเผชิญกับ
ความจริงที่เริ่มใหม่ไม่ได้ แต่สามารถเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมันอย่างดีที่สุดต่อไป
ความฝันและความหวังของเด็กรุ่นใหม่
ลูกชายคนโต
เป็นแบบฉบับของเด็กรุ่นใหม่(อีกแล้ว) ที่แสวงหาความตื่นเต้น ความท้าทาย ด้วยวิธีการตาม
อุดมการณ์ของตน ในความคิดของเขา ญี่ปุ่นไม่มีที่เพียงพอสำหรับอุดมการณ์หรือความฝันอันยิ่ง
ใหญ่ที่จะช่วยเหลือโลกของเขา
ญี่ปุ่นในสายตาของเขานั้นแคบและเห็นแก่ตัว ปิดตัวเองอยู่แต่ภายในเกาะ ไม่คิดที่จะมองปัญหา
ภายนอกที่ยิ่งใหญ่กว่าปัญหาของตนที่ตนเองหมกหมุ่นอยู่ทุกวัน ซึ่งเห็นได้จากคำพูดของพ่อ ต่อ
เรื่องที่เขาต้องการจะเข้าไปสมัครเป็นทหารในกองทัพของสหรัฐเพื่อปกป้องโลก แต่พ่อของเขา
กลับคิดว่าลูกชายของเขาไม่สามารถปกป้องใครได้ และเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องปกป้องลูกชาย
ของเขาต่างหากอีกด้วย หากลูกชายของเขาออกไปจากเกาะญี่ปุ่น เขาก็จะสูญเสียอำนาจเหนือลูก
ชายของเขา และปกป้องเขาไม่ได้ (แสดงให้เห็นภาพของญี่ปุ่นในฐานะหมู่เกาะที่รู้สึกไม่มีอำนาจ
เหนือการเมืองโลกอย่างที่ควรจะเป็นทั้งที่มีขนาดทางเศรษฐกิจอันดับสองของโลก อันเป็นผลมา
จากการไม่มีกองทัพของตนเอง) ทำให้ลูกชายคนโตเห็นว่าเขาควรจะทำอะไรสักอย่าง เพื่อโลก
และเพื่อญี่ปุ่นเอง ไม่ใช่เอาแต่รอคอยความช่วยเหลือ (จากสหรัฐ) หรือปัดความรับผิดชอบของ
ญี่ปุ่นให้แก่ผู้อื่น
ลูกชายคนเล็ก
มีความฝันอยากจะเป็นนักเปียโน แต่พ่อของเขากลับไม่สนับสนุนอย่างไม่มีเหตุผล (แต่คาดว่าน่า
จะเป็นเพราะความคิด conservative ของพ่อที่มองว่าเปียโนเป็นเครื่องดนตรีสำหรับผู้หญิง) ซึ่งเ
ป็นความพยายามของพ่อที่จะรักษาอำนาจในการปกครองภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม ลูกชายคนเ
ล็กก็แอบไปเรียนเปียโนกับครูสาวสวยคนหนึ่ง โดยใช้เงินค่าอาหารกลางวันสามเดือนเป็นค่าเรียน
เปียโนเสียหมด และยังโชคดีเก็ยคีย์บอร์ดที่เสียแล้วมาฝึกซ้อมเล่นในบ้านได้อีก ลูกชายคนเล็กกับ
ลูกชายคนโตมีลักษณะคล้ายกันอยู่อย่างหนึ่งคือ มีความเป็นขบถในตัวเองที่ท้าทายต่อข้อห้าม
ต่างๆนานาของผู้ใหญ่ที่พยายามจะรักษาอำนาจของตนอย่างไร้เหตุผล แม้พ่อของเขาจะห้าม
ปรามอย่างไร เขาก็แอบฝึกฝนจนเล่นเก่ง แต่เพราะพรสวรรค์ของเขาทำให้เรื่องนี้ไม่เป็นความลับ
อีกต่อไป เมื่อครูสอนเปียโนของเขาเขียนจดหมายโน้มน้าวให้พ่อส่งลูกชายคนเล็กเรียนต่อโ
รงเรียนดนตรีเพื่อไม่ให้พรสวรรค์ของเขาสูญเปล่า พ่อของเขาโกรธอย่างมาก (ส่วนหนึ่งคาดว่าน่า
จะเป็นความโกรธที่เกิดจากเรื่องส่วนตัวของเขาเองด้วย) โดยคิดว่าครูคนนี้เพียงแต่หลอกให้ลูก
ชายของเขาเข้าไปเรียนเพื่อทีจะได้ค่าส่วนแบ่ง เขาทำร้ายร่างกายลูกของตนเองจนทำให้ลูกชาย
หัวแตกต้องเข้าโรงพยาบาล
อย่างไรก็ตามสุดท้าย พ่อและแม่ก็ยินยอมให้เขาไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนดนตรี เขาเล่นได้ดีมาก
ทำให้ทุกคนชื่นชมรวมถึงครอบครัวของเขาเองที่ภาคภูมิใจในตัวเขามากด้วย แม้จะเป็นการชื่นชม
อย่างเงียบๆไร้ซึ่งเสียงตบมือ และเป็นความภาคภูมิใจของพ่อและแม่ที่ปราศจากการพูดจาเลยก็
ตาม แต่ผมก็รู้สึกได้ เสมือนการบรรเลงเปียโนที่ไม่ต้องการคำอธิบายหรือเนื้อร้องแต่อย่างใด...
Tokyo Sonata หนังเรื่องนื้แลดูทะมึนๆเนือยๆทั้งเรื่อง บทพูดไม่มากนัก (มีเฉพาะบทสนทนาที่จำ
เป็นจริงๆ) และท่าทีของตัวละครที่เย็นชาต่อกัน อย่างกับว่าความสัมพันธ์ของตัวละครที่มีต่อกันใน
เรื่องเป็นเพียงหน้าที่! ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ตีแพร่ประเด็นปัญหาสังคมของญี่ปุ่นได้อย่างครบถ้วนที่
สุดเรื่องหนึ่ง (ในฐานะที่ผมเองดูหนังญี่ปุ่นมาพอสมควร) แม้ว่าชีวิตตัวละครในเรื่องจะดูน่าหดหู่
มากเกินไป(สำหรับหลายๆคน) แต่ผมกลับมองว่าในความห่วยแตกในชีวิตประกอบกับสิ่งประหลาด
ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของพวกเขา เช่นการที่แม่ได้เจอกับโจรกระจอก การที่พ่อที่ได้งานเป็น
พนักงานทำความสะอาด และการที่ลูกชายคนเล็กได้แสดงพรสวรรค์ที่เขาต้องเก็บงำเอาไว้ตลอด
กลายเป็นสิ่งพิเศษในชีวิตที่ทำให้พวกเขาได้รู้ถึงคุณค่าของสิ่งที่เขามีอยู่ นั้นก็คือครอบครัว(ที่ไม่
สมประกอบอย่างนี้นั้นแหละ)
edit @ 19 Apr 2010 23:53:01 by Japocrazy
edit @ 20 Apr 2010 00:09:09 by Japocrazy
edit @ 20 Apr 2010 13:52:29 by Japocrazy
#1 By jmovie on 2010-04-23 12:53